เรียนภาษางออนไลน์ ฟรี

ร่วมลดภาวะโลกร้อน

ร่วมลดภาวะโลกร้อน

ดรุณศึกษา หนังสือเรียนที่ดีกว่าหนังสือเรียนภาษาไทยในปัจจุยัน

                   จากประสบการณ์ด้านการสอนภาษาไทยมาเป็นเวลานาน ทำให้คุณครูเห็นข้อแตกต่างระหว่างหนังสือเรียนภาษาไทยในปัจจุบันและหนังสือเรียนภาษาไทยที่เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่โบราณเพราะมีความเป็นมายาวนานเกินกว่า ๑๐๐ ปีมากแล้ว และคุณครูก็ทราบดีว่าว่าทุกท่านคงจะรู้จักหนังสือเล่มนนี้เป็นอย่างดี "ดรุณศึกษา"  เหตุใดคุณครูเดชจึงกล่าวว่า หนังสือเรียนเล่มนี้ดี ก่อนจะทราบใคร่ขอให้ทุกท่านทั้งที่เคยอ่านและไม่เคยอ่านได้ทราบประวัติผู้แต่งหนังสือกันเสียก่อน





บราเดอร์ ฟ.ฮีแลร์



ดรุณศึกษา


ดรุณศึกษา แบบเรียน ภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษา แต่งโดยนักปราชญ์ ชาวฝรั่งเศส ฟ. ฮีแลร์ หรือ เจษฎาธิการฮีแลร์ ทั้งหมด ๕ เล่ม ใช้เวลาแต่ง ๑๑ ปี แต่งถวายอุทิศพระราชกุศลในงานพระเมรุ รัชกาลที่  ปี พ.ศ. 2454 โดยมี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นผู้ประทานคำแนะนำและทรงแก้ไขให้ด้วยพระองค์เอง อีกทั้งดำริให้หนังสือดรุณศึกษาใช้เป็นตำราแทนตำรา มูลบทบรรพกิจ ทั้งยังประทานคำชมแก่ท่านเจษฎาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ ในการแต่งดรุณศึกษาอีกด้วย เป็นเหตุให้ดรุณศึกษาได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ออกไปสู่สถาบันการศึกษาและสาธารณชน ปัจจุบันแบบเรียน ดรุณศึกษา ยังคงใช้เป็นแบบเรียนในเครือคาทอลิกมาจนถึงทุกวันนี้


ดรุณศึกษา เป็นแบบเรียน หนังสือนิทาน คำกลอนโคลง และภาพประกอบสอนเด็ก อย่างเช่นมี เรื่องพระยากง พระยาพาล นิทานตำนานของจังหวัดนครปฐม



                ซึ่งมีหนังสือทั้งสิ้นจำนวนห้าเล่มด้วยกันคือ เตรียมประถมศึกษา  ,ประถมศึกษาปีที่ ๑ -๔ 





   




              ดรุณศึกษา หนังสือสอนอ่านภาษาไทย ที่ดีกว่าหนังสือสอนอ่านในปัจจุบัน

            การสอนอ่านภาษาไทยตั้งแต่วัยเยาว์นับว่าเป็นการกระตุ้นทักษะทางภาษาให้แก่เยาวชนเป็นอย่างดี ภาษาไทยเป็นภาษาหนึ่งในโลกก็ว่าได้ที่มีผู้กล่าวว่าเป็นภาษาที่ยาก และมีคำศัพท์มากมายมหาศาล ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษาไทย กับนักเรียนตั้งแต่วัยเตรียมประถมศึกษา และประถมศึกษา หนังสือ ตำรา ที่ผู้เขียนใช้เป็นแนวทางในการเรียนการสอน และได้ผลเป็นอย่างดี ทำไมผู้เขียนจึงใช้ตำราดรุณศึกษาเป็นตำราแรก ๆ ในการเสริมทักษะ และการสอนอ่านภาษาไทย แก่นักเรียน เป็นเพราะเมื่อผู้เขียนได้อ่านสารบัญคำนำของตำราก็ถึงกับฉงนเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่แต่งตำราสอนอ่านภาษาไทยเล่มนี้ขึ้นมาไม่ใช่ผู้เขียนชาวไทย แต่ท่านเป็นชาวต่างประเทศดังที่ท่านผู้อ่านได้อ่านมาแต่ข้างต้นแล้ว  
            และยังเป็นที่น่าแปลกใจอีกว่าด้วยอายุที่ยาวนานของตำราเล่มนี้ ทำให้ผู้เขียนเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าเหตุใดหนังสือตำราเล่มนี้จึงได้รับความนิยมอยู่โดยตลอด และเมื่อเปิดอ่านตามเนื้อหาก็เห็นว่ามีความทันสมัยไม่ล้าสมัยแต่อย่างใด ผู้เขียนจึงได้ทดลองนำไปสอนอ่านให้นักเรียนที่สอนพิเศษอยู่ปรากฏผลว่าได้ผลดี เพราะดรุณศึกษาเริ่มต้นจากง่าย คือคำศัพท์ที่ง่าย อ่านและสะกดได้โดยไม่ซับซ้อนไปยัง ยาก คือคำศัพท์ที่ยาก มีความซับซ้อน และมีรูปสระอื่น ๆ เพิ่มเข้ามา
การใช้ตำราเล่มนี้มีความแตกต่างจากตำราเล่มอื่น ๆ หรือไม่ ?
            หากจะกล่าวในรายละเอียดของการใช้ตำราดรุณศึกษา นั้นผู้เขียนใคร่ขอกล่าวว่าเป็นการยากเช่นกันสำหรับพ่อแม่หรือครูอาจารย์ที่ไม่คุ้นชินในการใช้ตำราที่ค่อนข้าง มีลักษณะการเขียนเว้นวรรคคำแบบฝรั่ง กล่าวคือ ตำราเล่มนี้ ใช้การเขียนแบบเว้นวรรคคำเช่นการเขียนของภาษาอังกฤษ คือเขียนเป็นคำ ๆ แล้วเว้นช่วงไป หากจะมองว่าผู้แต่งใช้ความนิยมตามแบบฝรั่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะอาจจะเป็นจริงตามนั้น แต่ทั้งนี้ หากพิจารณาดูแล้ว ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า ก็เป็นการดีเช่นเดียวกันที่ จะเริ่มให้บุตรหลาน หรือนักเรียนอ่านคำโดยไม่ต้องสนใจต่อความหมาย คืออ่านเรียงเป็นคำ ๆ ไป หากเขาสนใจใคร่รู้ความหมายเขาจะสอบถามจากเราผู้สอนเอง ไม่ต้องไปสนใจว่าเขาจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจความหมาย
            อีกสิ่งที่ผู้สนใจใช้ตำรานี้ควรทำความเข้าใจคือ ท่านต้องมีความเข้าใจต่อภาษาไทยแบบโบราณด้วย เพราะตำราดรุณศึกษา ใช้ภาษาที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง คือยังคงเอกลักษณ์เดิมดังที่เคยเขียนเมื่อนานมาแล้ว ดังนั้นบางคำ บางวลี บางประโยค อาจจะสร้างความสับสนงงงวยได้เช่นกัน ดังนั้นท่านผู้สนใจใช้ตำรานี้ควรเปิดใจยอมรับ ว่าแม้ตำราจะใช้ภาษาเก่า แต่ตำรานี้ก็มีคุณประโยชน์มากมาย หากเราใช้ให้เป็นและเข้าใจหลักการเขียนที่ผู้เขียนได้แต่งขึ้นมา
            อีกคำถามที่ผู้สนใจใช้ตำรานี้ใคร่รู้คือ เราควรเริ่มใช้ตำราดรุณศึกษาในการสอนอ่านเมื่อใด ผู้เขียนเองเห็นว่า การสอนภาษาเป็นหน้าที่หลักของพ่อแม่ ดังการที่จะกล่าวว่าเดี่ยวเข้าโรงเรียนก็อ่านได้เองล่ะ นั้นเป็นสิ่งที่ผิดอย่างยิ่ง ของให้ผู้ปกครองที่สนใจได้ทราบว่าการที่เด็กบางคนเก่งภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาต่างประเทศนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ การที่พ่อแม่ให้ความสำคัญ สอนอ่าน สอนพูดอยู่เสมอ
            สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนใคร่ขอคือ  ควรที่จะสอนภาษาแม่ คือภาษาไทยของเราให้ได้ดีเสียก่อน อย่าพึ่งเอาภาษาอื่นมาสอน เพราะในปัจจุบัน ภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่เด็กส่วนมากรับรู้และได้เรียนรู้กันมากขึ้น แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ ภาษาแม่ หรือภาษาไทย เริ่มมีปัญหามากขึ้น อย่าคิดว่าภาษาไทย เราพูด เขียน อ่าน กันทุกวัน ไม่ต้องไปสนใจก็ได้  ที่ผู้เขียนสอนนักเรียนมา อยากจะบอกว่าเด็กไทย หรืออาจจะกล่าวรวมถึงผ้ใหญ่ส่วนมากด้วยที่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง อ่าน พูด เขียน ไม่ได้ ไม่ถูก ใช้คำศัพท์ไม่เหมาะสม หรือไม่เข้าใจคำศัพท์ที่แม้จะเป็นภาษาไทย เสียด้วยซ้ำ
            เราต้องมาปรับให้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สำคัญ และเป็นภาษาที่บุตรหลานของเรา นักเรียนของเราต้องได้ก่อนภาษาอื่น ต้องพยายามทำให้เขารักในภาษาไทยให้ได้ ผู้เขียนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ในอนาคตครูผู้ที่สอนภาษาไทย กลับเป็นฝรั่งหัวทอง ตาสีน้ำขาว ไป แล้วเอกลักษณ์ไทยเราจะไม่มีเหลือ
            ตำราจะเริ่มสอนให้ผู้เรียนเรียนรู้การประสมสระ จากสระเดียว ไปสู่สระประสม และสิ่งที่ผู้ปกครอง หรือผู้จะใช้ตำราเล่มนี้ จะต้องรู้คือ การผันวรรณยุกต์ที่จะต้องมีการผันให้ถูกต้อง   เป็นที่ทราบแล้วว่าอักษรไทยแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม คืออักษรสูง อักษรกลาง และอักษรต่ำ  โดยในสามกลุ่มนี้มีเพียง อักษรกลางเท่านั้นที่สามารถผันเสียงได้ครบ ๕ เสียง  ส่วนอักษรสูงและต่ำ ผันเสียงได้เพียง ๓ เสียงเท่านั้น ตรงจุดนี้สำคัญเพราะในตำราดรุณศึกษานั้น ใช้การประสมสระและฝึกผันวรรณยุกต์ เป็นตามลำดับไป  ดังนั้นผู้สนใจจะใช้ตำรานี้จะต้องหาตำราเล่มอื่น ๆ มาอ่านประกอบด้วย
            นอกจากจะมีภาษาโบราณปรากฏแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือมีคำบางคำที่ไม่เหมาะสม ที่จะให้เรียนรู้ อยู่ด้วย คือเป็นคำที่ไม่สุภาพ แต่ในตำราไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวถึงในเชิงลบ แต่กล่าวถึงสัตว์จำพวกนั้น  ๆ โดยตรง ผู้นำเอาตำราไปใช้ ควรระมัดระวังในการสอนอ่านด้วย
            ข้อดีของการตำราดรุณศึกษา สอนอ่านภาษาไทยทุก ๆ เล่ม คือการมีเนื้อเรื่องที่ชวนน่าอ่าน มีคติสอนใจ และในเล่มที่มีระดับสูง ๆ ขึ้นไป จะมีทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ผสมผสานอยู่ดังนั้นนอกจากจะอ่านแล้วเข้าใจในภาษาไทย ทำให้เป็นคนเก่งภาษาไทยแล้ว ยังทำให้เป็นผู้รู้เรื่องประวัติและคติสอนใจอื่น ๆ  จึงอาจจะกล่าวได้ว่าตำราดรุณศึกษาเป็นตำราที่แปลก แปลกในการแต่งตำรา แปลกที่ผู้แต่งเป็นฝรั่ง แปลกในการจัดเรียงคำในหน้า และดี ที่สอนอ่านภาษาไทย ได้ชัดเจน ดีที่มีเรื่องราวคติต่าง ๆ มากมาย  ดีที่สอนให้เด็กที่สอนอ่านมีความรู้มาก รู้รอบตัว และเป็นผู้มีคุณธรรมประจำใจ

            หากจะกล่าวถึงคุณค่าของตำราเล่มนี้แล้ว คงยืดยาว ไม่เหมาะแก่เวลา ผู้เขียนจึงใคร่ขอให้ผู้ที่สนใจนำตำราดรุณศึกษาไปใช้ แต่มีข้อคำถาม หรือไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นสอนบุตรหลานอย่างไร หรือมีปัญหาในการใช้ตำราดรุณศึกษาอย่างไร ท่านสามารถติดต่อสอบถามเข้ามาทางอีเมล์ หรือติดต่อมาโดยตรงทางโทรศัพท์ก็ได้ครับ ผู้เขียนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะตอบทุกข้องสงสัยและหากไม่สามารถช่วยเหลือได้ ก็จะไปถามอาจารย์ของผู้เขียนที่สอนด้านภาษาไทยโดยตรงให้ครับ
ครูเดช  084-014-7717       e-mail :    e-dej@hotmail.com
บริการนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ ครูเดชยินดีช่วยเหลือเต็มกำลังความสามารถเพื่อเด็กไทยอ่าน เขียน ใช้ ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมครับ